ทวาย...เส้นทางสู่วิถีชุมชน   วิถีธรรม

          เที่ยวเมืองไทย  เปิดโลก เปิดประตูสู่  AEC เยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน  เที่ยวทวาย ใกล้ๆ บ้านเรา  เชื่อมโยงความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว  เศรษฐกิจ ชมวัฒนธรรมวิถีพุทธ  วิถีมอญ  สัมผัสบรรยากาศชายทะเลอันดามันอันแสนกว้างไกล  ลิ้มรสอย่างละเมียดละไมกับกุ้งมังกร เดินทางจากฝั่งไทยผ่านด่าน  “พุน้ำร้อน”  ก่อนเข้าสู่เมือง ทวาย

ในครั้งนี้  เรามีโอกาสได้ร่วมทริปมากับคณะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว 

เพื่อมาสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวชายแดนไทย-พม่า  โดยใช้จุดผ่านแดน  “พุน้ำร้อน”  ที่จังหวัดกาญจนบุรี  เดินทางสู่ด่าน  “ทิกิ” เพื่อเข้าสู่เมือง  ทวาย  เป้าหมายหลักเพื่อการท่องเที่ยวตามแนวเขตชายแดนไทย  โดยมีโครงการท่าเรือน้ำลึกของบริษัทอิตาเลี่ยนไทย  ที่ปูทางเชื่อมต่อไว้เข้าสู่เมืองทวายให้มีระยะทางที่ใกล้ขึ้นเพื่อการขนส่งสินค้า  และเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจทางการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน  รวมถึงเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวชายแดนไทยพม่า  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่  ให้นักท่องเที่ยวและคณะทัวร์จัดทริปเข้ามาเที่ยวเมืองทวายได้โดยไม่ยุ่งยาก

เมืองทวาย  เป็นเมืองเอก หรือเมืองหลวงของรัฐตะนาวศรี  จัดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมียนม่า  คือประมาณ  250 ตารางกิโลเมตร ในรัฐตะนาวศรีมีอยู่ด้วยกัน  3 จังหวัดใหญ่ ๆ  คือ  ทวาย  มะริด  และเกาะสอง  นอกจากจะมีอาชีพทำสวนไร่นาแล้ว  ยังทำการประมง  เหมืองแร่  ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งแร่นานาชนิดเลยทีเดียว

           เราได้มีโอกาสคุยกับคุณสาธิต  ผู้บริหารบริษัท  เจ.ทราเวล  พูดถึงการนำคณะผู้ประกอบการทัวร์มาในทริป  กาญจน์ – ทวาย ในครั้งนี้  เพื่อมาสำรวจเส้นทาง  เมืองทวาย   ซึ่งถือเป็นเส้นทางใหม่   เนื่องจากพม่าเพิ่งจะเปิดเมือง  ที่สำคัญคือ เมืองทวายอยู่ติดกับทะเลอันดามัน  อีกทั้งทางจังหวัดกาญจนบุรี  และเมืองทวายก็ได้เปิดเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษเช่นเดียวกัน   ทางทวายเองได้มีโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย  ซึ่งเป็นโปรเจคใหญ่  ที่น่าสนใจของบรรดานักท่องเที่ยวมากขึ้น  กอปรกับทางจังหวัดกาญจนบุรีได้เปิดด่านถาวรขึ้นที่ด่าน  “พุน้ำร้อน”   อยู่ในเขตอำเภอเมือง  ซึ่งไม่ไกลจากตัวจังหวัดมากนัก  ระยะทางเพียง  60 กิโลเมตร ใช้เวลา  1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง สำหรับการเดินทางจากจังหวัดกาญจนบุรี  ผ่านด่านพุน้ำร้อน  เพื่อเข้าสู่เมืองทวาย  ประเทศพม่า  ต้องผ่านที่ด่าน  “ทิกิ”  โดยใช้เพียงบอร์เดอร์พาส  หรือพาสปอร์ตก็ได้แล้วแต่กรณี  แต่เนื่องจากเมืองทวาย  และกาญจนบุรีได้ทำสัญญาข้อตกลงกันเป็นบ้านพี่เมืองน้อง  การไปมาหาสู่กันของทั้งสองเมืองนี้จึงใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียวทำบอร์เดอร์พาสเท่านั้น

 

         การทำบอร์เดอร์พาสก็มีสองลักษณะ คือ แบบชั่วคราวโดยใช้บัตรประชาชนทำเอกสารใบผ่านแดนธรรมดา  จะมีอายุการใช้งานได้  7 วัน  ทั้งสองฝั่งทำเหมือนกัน  ส่วนอีกแบบคือการทำบอร์เดอร์พาสออกเป็นเล่ม ลักษณะเป็นกึ่งถาวรมีอายุการใช้งาน  2 ปี  แต่จะอยู่ได้  14 วัน โดยมีเงื่อนไขที่ว่า  ต้องเป็นคนที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองเท่านั้น   ถ้าเป็นเขต ท่าม่วง  ท่าเรือ  พนมทวน  ไทรโยค  จะไม่สามารถทำได้   ส่วนค่าใช้จ่ายเหมือนด่านถาวรทั่ว ๆ ไป  บอร์เดอร์พาสธรรมดามีค่าธรรมเนียม  30 บาท คน จากด่านฝั่งไทยที่ด่านพุน้ำร้อน 

เมื่อเข้าเขตฝั่งพม่า  ต้องผ่านด่าน  “ทิกิ”  หรือ  “ที่คี่”   เพื่อออกเสียงง่ายขึ้นตามที่เรียกกัน  ก็จะต้องเสียค่าผ่านแดนคนละ  50 บาท  หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่หน้าด่านซึ่งเป็นเขตการปกครองของกะเหรี่ยง  จึงต้องมีค่าธรรมเนียมการเข้าอีกครั้ง  ซึ่งโดยปรกตินักท่องเที่ยวทั่วไปจะไม่รู้  ถ้านักท่องเที่ยวที่มากันเองจะเสียกันเป็นจุด ๆ ไป แต่ถ้ามากับบริษัททัวร์จะไม่ต้องเสีย  ด้วยเนื่องจากทางบริษัททัวร์กับทางกะเหรี่ยงเราทำสัญญาการเข้าออกเป็นเรื่องเป็นราวกันไว้แล้ว 

          ด่าน  “พุน้ำร้อน”  เปิดเป็นด่านถาวรเมื่อเดือนมิถุนายน  2556  ประมาณ  4 ปี ที่ผ่านมา  ความน่าสนใจคือบริเวณนี้ไม่เคยมีด่านมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็นด่านผ่อนปรนหรืออย่างไรก็ตาม  แต่ด้วยโครงการท่าเรือน้ำลึก ที่เป็นโปรเจ็คใหญ่ของเมืองทวายเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ไทยเราต้องเปิดด่าน    และมีบริษัท อิตาเลียนไทยเป็นผู้ได้รับสัมปทานโครงการนี้  ซึ่งมองเห็นว่าช่องทางด่าน “พุน้ำร้อน”  เป็นช่องทางที่สะดวกที่สุดในการเดินทาง