ททท.สำนักงานนครสวรรค์ เชิญเที่ยวนครสวรรค์โปรแกรมเที่ยวเมืองรอง นครสวรรค์ 3 วัน 2 คืน

 เทศกาลกินตาลและวิถีชีวิตชุมชนตาลโตนด ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง ,งานปิดทองไหว้พระและห่มผ้าองค์หลวงพ่อพระบรมธาตุเจดีย์ ปีที่ 656  วัดเกยไชยเหนือ, ตามรอยละคร กรงกรรม อำเภอชุมแสง

             วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ที่นี่เป็นวนอุทยานที่อุดมไปด้วยถ้ำหินปูนน้อยใหญ่กว่า 70 ถ้ำ ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินทัศนียภาพของผืนป่าสลับกับภูเขาหินปูน ตลอดทั้งการเดินศึกษาธรรมชาติไปตามเส้นทางที่จัดไว้ให้แล้ว ยังจะได้ตื่นตากับไฮไลท์ของที่นี่จึงมีถ้ำที่น่าสนใจมากมาย โดยถ้ำที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจนั้น ได้แก่ - ถ้ำดาวดึงส์  เป็นถ้ำที่อยู่ทางทิศเหนือ มีเอกลักษณ์ตรงที่โถงถ้ำนั้นใหญ่โตโอฬารถึงขนาดจุคนได้มากถึง 400 -500 คนเลยทีเดียว อีกทั้งอากาศภายในถ้ำยังไม่อึดอัด เนื่องจากมีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน - ถ้ำประกายเพชร อยู่ด้านทิศตะวันตก มีความลึกประมาณ 50 เมตร มีห้องโถงใหญ่ 5 ห้องเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ เช่น ปลาโลมา กำแพงเมืองจีน ตามแต่จินตนาการจะพาไป - ถ้ำประดับเพชร อยู่ทางด้านใต้ เป็นถ้ำที่มีห้องโถง 4 ห้อง มีหินงอกหินย้อยสีน้ำตาลอ่อน-ขาวนวลที่ทอประกายแสงสีระยิบระยับดูเหมือนเพชร - ถ้ำวังไข่มุก อยู่ทางด้านใต้เช่นเดียวกัน มีห้องโถง 3 ห้อง มีหินงอกหินย้อยสีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน และสีขาวนวล แถมประดับด้วยเกล็ดเพชรส่องแสงเป็นประกายคล้ายพระราชวังก็ไม่ปาน และยังมีบันไดนำขึ้นไปชมถ้ำอีกด้วย

               เราเลือกที่จะไปถ้ำมรกต เมื่อลงไปในถ้ำก็ตื่นตาตื่นใจกับความศิวิไลซ์  ถ้ำมรกต อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวนอุทยานฯ ห่างจากที่ทำการประมาณ ๓๗๕ เมตร เมื่อลงบันไดเหล็กไปถึงตะพักแรกหากหยุดหันไปมองรอบๆ ตัว จะพบกับธรรมชาติที่น่าชื่นชมหลายสิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่นำความชุ่มชื้นและความสมบูรณ์มาสู่โถงถ้ำ ประติมากรรมหินย้อยสีเขียวเข้มราวกับอัญมณีมีค่าปรากฏอยู่เบื้องหน้า ภายในถ้ำมีเส้นทางธรรมชาติที่สามารถเดินวนเป็นวงรอบ แล้วหวนคืนกลับมาสู่ทางขึ้นบันไดเพื่ออำลาเถื่อนถ้ำนี้ไป          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ตำบลตาคลี อำเภอ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ 60140 โทร. +66 5622 1140, +66 5623 1416 โทรสาร +66 5622 2735

            เดินทางไปเยี่ยมชม วัดหนองสีนวล จุดเด่นอยู่ที่หอไตรเรือนไทยกลางน้ำ อันสวยงาม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ได้แก่ “หลวงพ่อรุ่ง” ที่มีชื่อเสียงความแคล้วคลาดและป้องกันสิ่งชั่วร้าย               พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดนครสวรรค์ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีหลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร (พระครูนิวาสธรรมขันธ์) เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่5ของวัดหนองโพ หลวงพ่อเดิมเป็นเกจิพระดังแห่งเมืองตาคลีที่ใครๆก็ศรัทธากราบไหว้บูชาและมีชื่อว่าเป็นพระที่มีอาคมจิตตานุภาพอย่างเข้มขัง ไม่ว่าจะเป็นมีดหมอ หรือเหรียญหลวงพ่อเดิม และแหวนของหลวงพ่อเดิมจะเรื่องชื่อมากที่กล่าวขานมานาน และปัจจุบันวัดหนองโพมี พระครูนิปุณพัฒนวงศ์ (หลวงพ่อสมพงษ์ ทนฺตจิตโต) เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 9 ที่ดูแลวัดหนองโพอยู่ ปัจจุบันนี้ และทางวัดกับศิษย์ยานุศิษย์มีความศรัทธาได้รวบรวมเงินทองได้ก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฐานองค์พระมหาธาตุเจดีย์นิวาสธรรมขันธ์ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการถาวร เพื่อที่จะเผยแผ่กิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ในฐานะที่ท่านเป็น สมณะผู้สมัตถะเป็นพระอริยะสงฆ์แห่งบ้านหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้นจึงรวบรวมกิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกเป็น 5 ห้อง ห้องที่1 ธาราวดีศรีหนองโพ ได้รวบรวมวัถตุโบราณต่างๆที่พบในหมู่บ้านหนองโพที่ซ้อนทับกันมาแล้วกว่า 4 พันปี ห้องที่2 มาตุภูมิบ้านหนองโพ ได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆของชาวบ้านหนองโพซึ่งมียาวนานมากว่า 200 ปี ห้องที่3 พุทฺธสโร หลวงพ่อเดิม ได้รวบรวมประวัติของหลวงพ่อเดิมไว้ ท่านเป็นพระพัฒนา ห้องที่ 4 เพิ่มพูนศรัทธา ได้รวบรวมวัตถุมงคลของหลวงพ่อเดิมไว้ตั้งแต่รุ่นแรกๆและหายาก ห้องที่5 กถาคัมภีร์ ได้รวบรวมตำราต่างๆหาได้ยากไม่สามารถหาที่ไหนได้ และทางเจ้าหน้าที่ พิพิธภัณฑ์ขอประชาสัมพันธ์การเที่ยวชม ทางพิพิธภัณฑ์จะเปิดบริการนักท่องเที่ยวและผู้มาเที่ยวชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00น.ถึง 17.00น.จะมีน้องๆมัคคุเทศถ์จิตอาสาจากโรงเรียนหนองโพพิทยาให้การต้อนรับและพาเที่ยวชมและบรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม                ต่อจากนั้นเดินทางไปกราบสักการะพระ วัดคีรีวงศ์ สักการะพระจุฬามณี องค์มหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครสวรรค์ โดยคุณสามารถเดินชมภายในเจดีย์ขนาดใหญ่แห่งนี้ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน โดยด้านหน้าบนฐานชั้นแรกเป็นที่จุดธูปเทียนบูชา ส่วนชั้นที่สองจะมีรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ รวมทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง 12 ราศีไว้ให้ประชาชนทั่วไปได้กราบสักการะและปิดทองเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเมื่อเดินขึ้นสู่ชั้นที่สาม ด้านนอกจะพบรูปเหมือนหลวงพ่อมหาบุญรอด ผู้สร้างมหาเจดีย์แห่งนี้พร้อมกับประวัติโดยย่อของท่าน ตรงกลาวคือที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่วางบนแท่นเจดีย์องค์เล็ก เพื่อให้ผู้คนได้บูชา นอกจากนี้ชั้นที่สามยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของเมืองไทยไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา อันได้แก่ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธชินราชจำลอง พระพุทธโสธรจำลอง และพระพุทธรูปหล่อหลวงพ่อวัดไร่ขิง พร้อมกับเพลิดเพลินภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ รวมทั้งชมวิวสวยๆ ของเมืองนครสวรรค์จากชั้นนี้ได้ ส่วนชั้นสุดท้ายคือชั้นที่สี่ที่เป็นจุดชมวิวเมืองนครสวรรค์ในมิติพานอรามากว้างไกลสุดตา ยิ่งในวันท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเป็นใจ คุณจะมองเห็นเขากบ บึงบอระเพ็ด ตลาดปากน้ำโพในทิศตะวันออก ส่วนทิศใต้คือวิวของอุทยานสวรรค์ ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพรต ครั้นหันไปฝั่งตะวันตกจะเห็นภูเขาน้อยใหญ่ทอดตัวตระหง่านสลับซับซ้อนราวกำแพงเมือง โดยเฉพาะในช่วงอาทิตย์อัสดงนั้น การชมวิวบนชั้นที่สี่จะกลายเป็นความทรงจำที่คุณลืมไม่ลงทีเดียว กล่าวเฉพาะวัดคีรีวงศ์อันเป็นที่ตั้งของมหาเจดีย์องค์นี้ วัดนี้นับเป็นที่ตั้งศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา และเป็นที่ตั้งอุทยานการศึกษา ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งเป็นสำนัก ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งที่ 1 โดยมีเจ้าคุณพระวิกรมมุนี (พระมหาบุญรอด ปญฺญาวโร ป.ธ.5)  รองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เป็นปฐมเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ถึงปัจจุบัน  เปิดบริการทุกวันเวลา  7.00 น. -18.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร +66 5622 2009, +66 5622 6199               วัดเกยไชยเหนือ ความโดดเด่นของวัดเกยไชยเหนือแห่งนี้ นอกจากเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านแล้ว ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจมากมาย วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2390 เดิมเรียกว่า “วัดบรมธาตุ” ทั้งนี้ เนื่องจากมีเจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุทรงลังกาฐานแปดเหลี่ยมที่มีมาก่อนการสร้างวัด โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยาต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพมาปราบข้าศึกที่บ้านเกยไชย แล้วได้พระราชทานวิสุงคามสีมาให้วัดเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2400          - พระอุโบสถหลังเก่าริมน้ำน่าน ที่ยังคงสถาปัตยกรรมอันคลาสสิก ที่นี่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในมีปูชนียวัตถุสำคัญ คือ พระประธาน ซึ่งองค์พระมีลักษณะเป็นลายดอกพิกุล และรูปหล่อพระครูนิรภัยวิเทต (หลวงพ่อทองอยู่) อดีตเจ้าอาวาสวัดเกยไชยเหนือ          - พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดเกยไชยเหนือที่ปลูกสร้างเป็นอาคารทรงไทย 2 หลัง หลังแรกเป็นพิพิธภัณฑ์เก่าสร้างประมาณปี พ.ศ. 2539 ภายในจัดแสดง เครื่องปั้นดินเผาที่มีการงมได้จากบริเวณท่าน้ำวัด นอกจากนี้ยังมีเครื่องเบญจรงค์ เครื่องจักสาน โทรทัศน์รุ่นเก่า เครื่องแก้ว ตะเกียง เตารีดฯลฯส่วนอาคารหลังที่สองนั้นสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2541 ตั้งชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ต้นน้ำ ภายในจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา เครื่องแก้ว เครื่องเบญจรงค์ ธนบัตร เงินเหรียญโบราณ เครื่องทองเหลือง ปืนยาว เป็นต้น 

             - อาคารอาศรมศิลป์ท้องถิ่นตำบลเกยไชยเป็นที่เก็บอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำตาลโตนด และภูมิปัญญาชาวบ้านของตำบลเกยไชยในการพัฒนาผลผลิตจากตาลโตนด โดยจัดแสดง ตะเกียบไม้นวดงวงตาลตัวผู้และตัวเมีย มีดปาดตาลและเข็มขัดกระบอกใส่น้ำตาลสด กระทะใบบัว แม่พิมพ์หยอดน้ำตาลปีกหรือไม้แป้นและแผนผังขั้นตอนการทำน้ำตาลรูปแบบต่างๆ

             - ตำนานจระเข้ยักษ์แห่งแม่น้ำน่าน ซึ่งแม่น้ำน่านบริเวณที่ไหลผ่านหน้าวัดนี้เองเป็นต้นกำเนิดตำนานของจระเข้ยักษ์ที่รู้จักกันดีว่า “ ไอ้ด่างเกยไชย ” ซึ่งออกอาละวาดกินคนในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 มีตำนานเล่าว่าไอ้ด่างเกยไชยนั้นเป็นจระเข้ดุร้าย ตรงหัวมีรอยด่างสีขาว รูปร่างใหญ่โต ความยาวจากปากถึงขากรรไกรประมาณ 1 วา ความสูงจากพื้นสูงประมาณ 5-6 ศอก ความยาวกว้างเท่าแม่น้ำ และภายหลังถูกฆ่าตายแล้วนำหัวกระโหลกมาทิ้งที่ศาลเจ้าแม่เกยไชยนั่นเอง

              - ต้นชุมแสง เป็นต้นไม้ส่วนใหญ่ที่พบได้ภายในวัด ซึ่งหาชมได้ยากเต็มทีในปัจจุบัน โดยความคิดนี้มาจาก พระครูนิธาน ปุญญาภิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอชุมแสง ที่ต้องการอนุรักษ์ต้นชุมแสง จึงได้นำมาปลูกที่วัดเกยไชยเหนือ ต้นชุมแสงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำถิ่นไปโดยปริยาย  

              - ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นชาวบ้านตำบลเกยไชย โดยสินค้าขึ้นชื่อคือผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด เช่น น้ำตาลสด น้ำตาลปึก ลอนตาลสด จาวตาลเชื่อม เป็นต้น 

ทางโรงเรียนวัดเกยไชยเหนือได้ฝึกเด็กนักเรียนเป็นมัคคุเทศน์น้อยนำชมวัดและพิพิธภัณฑ์ผู้สนใจต้องแจ้งล่วงหน้าได้ที่โรงเรียน โทร +66 5635 3176               เดินทางไปตำบลเกยไชย เพื่อร่วมงานแถลงข่าว หมู่ที่ 5 บ้านปากคลองเกยไชย พร้อมชมการแสดงวิถีชีวิตการทำตาลโตนด และรำ จากโรงเรียนชุมชนวัดเกยไชยเหนือ (นิรภัยประชานุกูล) 2 ชุดการแสดง เปิดแถลงข่าว “ฤดูกินตาล ท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน และงานประเพณีเดือน 5 ห่มองค์หลวงพ่อพระบรมธาตุเจดีย์ ปีที่ 656” โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์หรือผู้แทน ,นายอำเภอชุมแสง ,นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานนครสวรรค์ ,นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ,ผู้แทนชุมชนเกยไชย ร่วม “ชม ชิม ช๊อป แช๊ะ แชร์” กับการเฉาะลูกตาล การทำจาวตาลเชื่อม การทำขนมตาล การทำน้ำตาลสด-ปึก และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากตาลโตนด อาทิ เช่น ไอศกรีมน้ำตาลสด เค้กตาล คุกกี๊ตาล ทองม้วนสดกำลังสอง ทองม้วนกรอบ จาวตาลอบแห้ง ขนมไข่กรอบตาล แกงหัวตาลสามรส จากตำบลเกยไชย ผัดยอดตาล/มะพร้าว น้ำพริกกุ้งเสียบตาลเต๋า จากบ้านท่าเตียนสามัคคี และเมนูเด็ด ลอนตาลล่องธารา จากบ้านเกยไชยเหนือ ชมการปีนตาลผาดโผน เสร็จพิธี รับประทานอาหารเที่ยงท้องถิ่น (ภายในงาน)

                  เยี่ยมชม ชุมชนชุมแสง ตามรอยละคร “กรงกรรม” ชุมชนเก่าแก่ที่มีกลิ่นไอของความเรียบง่ายผสมผสานทั้งวัฒนธรรมไทย-จีน ทั้งวิถีชีวิต บ้านเรือนริมสถานีรถไฟ ตลาดชุมแสง ร้านค้า อาหารถิ่น ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง และสะพานหิรัญนฤมิต                         “สะพานหิรัญนฤมิต” หรือสะพานแขวนแห่งอำเภอชุมแสง จ.นครสวรรค์ ถือเป็นไฮไลท์คู่ชุมชนที่น่าสนใจ สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 2552 เพื่อให้ผู้คนจากสองฟากฝั่งแม่น้ำน่านสัญจรข้ามไป-มา โดยห้ามรถยนต์ 4 ล้อวิ่งผ่าน อนุญาตเฉพาะจักรยาน มอเตอร์ไซค์ และเดินเท้าเท่านั้นค่ะ และบริเวณใกล้กับสะพานยังเป็นที่ตั้งของ "ตลาดชุมแสง" ตลาดโบราณที่เคยรุ่งเรืองเมื่อราวกว่าร้อยปีที่แล้ว อ่านเรื่องราวของตลาดชุมแสงและสะพานหิรัญนฤมิต     ออกเดินทางจากที่พักไปยัง พา-สาน จุดแลนด์มาร์แห่งใหม่ของจังหวัดนครสวรรค์ พาสาน นั้นเกิดมาจากความตั้งใจในการสื่อความหมายของคำว่า ผสาน จากจุดกำเนิดของ แม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมกันสื่อถึงความผูกพันระหว่างชุมชนและสายน้ำ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ยามเย็นพระอาทิตย์ส่องลงสู่แม่น้ำงดงามยิ่ง  จากนั้น นั่งเรือจากพาสานไปยัง ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ และเจ้าแม่ทับทิม              เช้าวันใหม่แวะกราบขอพรศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ และเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ และเจ้าแม่ทับทิม ศูนย์รวมศรัทธาไทย-จีนที่เหนียวแน่นซึ่งประชาชนทั่วไปมักเรียกศาลนี้ว่า ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์- เจ้าแม่ทับทิม หรือศาลเจ้าพ่อแควใหญ่ โดยตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามตลาดปากน้ำโพ ย้อนรอยเรื่องราวไม่มีประวัติความเป็นมาแน่ชัดถึงการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ รวมทั้งไม่ปรากฏชื่อว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง แต่จากหลักฐานระฆังโบราณ ได้พบจารึกเป็นภาษาจีนว่า นายหงเปียว แซ่พู่ แห่งหมู่บ้านเคอเจี้ยซัน อำเภอวุ้นอี้ (ปัจจุบัน คือ วุ้นซ้ง) มลฑลไหหลำ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมามามอบระฆังใบนี้ ในปี ค.ศ.1870 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2413 อันเป็นต้นรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 นั่นก็เท่ากับว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุมากกว่า 130 ปีแล้ว ทั้งนี้ จากคำบอกเล่าและภาพถ่ายพี่พอรวบรวมได้นั้น เชื่อว่าแต่เดิมเป็นศาลไม้ใต้ถุนสูงตั้งอยู่ริมตลิ่งบริเวณต้นน้ำเจ้าพระยาซึ่งในอดีตเป็นแหลมยื่นออกไป จากนั้นตลิ่งได้ถูกกัดเซาะพังทลายทีละน้อย อีกทั้งสภาพศาลเจ้ายังทรุดโทรม ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาจึงได้ร่วมกันสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งจากป้ายภาษาจีนกลางศาลเขียนไว้ว่า โควกงเมี้ยว ซึ่ง บอกว่า ได้มีการสร้างศาลใหม่ โดยระบุปี ค.ศ. 1999 ตรงกับปี พ.ศ. 2452 และการสร้างศาลขึ้นใหม่ครั้งนั้นได้รวมเอาศาลเจ้าพ่อกวนอู ที่ตั้งอยู่ตอนใต้บริเวณใกล้เคียงมารวมไว้ด้วย ต่อมาคณะกรรมการของศาลเจ้าแห่งนี้ได้บูรณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

             น่าชมภายใน ศาลเจ้าแห่งนี้นั้น ยังคงโครงสร้างเป็นปูน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั้งเดิม ภายในนอกจากแท่นบูชาเทพยาฟ้าดินแล้ว ยังมีที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบ๊นเถ่ากง ด้านขวาเป็นเทพเจ้ากวนอู ด้านซ้ายประดิษฐานเจ้าแม่ทับทิม ที่มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรบารมีจากเจ้าแม่ให้คุ้มครอง และขอให้มีโชคลาภตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนจะมีการอัญเชิญองค์เทพเจ้าแห่รอบตลาดปากน้ำโพ เพื่อให้ประชาชนสักการะบูชาซึ่งมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ทุกๆ ปี นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีลุยไฟ การแสดงปาฏิหาริย์จากเทพเจ้าในร่างม้าทรงให้นักท่องเที่ยวชมกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย เปิดให้บริการเวลา 05.00 – 19.00 น.ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 สายนครสวรรค์-ชุมแสงห่างจากตัวเมืองประมาน 3 กิโลเมตร ศาลฯ อยู่ด้านซ้ายมือ

                 เช้าวันใหม่ออกเดินทางไปยังบ้านหาดเสลา อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ และร่วมงานแถลงข่าว “เทศกาลเล่นน้ำสงกรานต์ หาดเสลา เก้าเลี้ยวเจ้าคะ” หาดเสลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ล่องเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำปิง มีเรือพาเที่ยวชมนั่งได้ 60 ท่าน ค่าเรือลำละ 400 บาท เท่านั้น มีห่วงยางให้เช่า เส้นละเพียง 20 บาท อาหารสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลายและสามารถเช่าแคร่นั่งรับประทาน ริมชายหาด สัมผัสธรรมชาติได้ดีทีเดียว มีหลายราคาตั้งแต่ 180-200 บาท/วัน                   เดินทางไปยังวัดตระคร้อหรือวัดมรรครังสฤษดิ์ ซึ่งด้านในวัดมีโบสถ์เก่าๆ ขนาดเล็กที่มีความแปลกสะดุดตา ไม่เหมือนใคร เนื่องจากมีจิตรกรรมรูปปั้นปูนพระพุทธรูป สัตว์ในตำนาน เทพนิยาย ที่รูปร่างแปลกตา แฝงไปด้วยหลักธรรม ปั้นจากจินตนาการและทักษะที่มี เรียกได้เลยว่าปั้นขึ้นแบบดิบๆ ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นเข้ามากราบขอพร และเป็นที่นับถือเป็นอย่างมาก                   จากนั้นเข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์บ้านมอญ เรียนรู้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ภูมิปัญญาการปั้น เครื่องปั้นดินเผาพิพิธภัณฑ์บ้านมอญ จากชื่อเสียงอันเกรียงไกรของชุมชนชาวมอญที่ได้สร้างตำนานเครื่องปั้นดินเผาแห่งเกาะเกร็ดมาสู่ “บ้านมอญ” จังหวัดนครสวรรค์ อันเป็นชุมชนที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 200 ปีและมีรากเดียวกับชุมชนชาวมอญเกาะเกร็ด เพราะผู้คนจากที่นั่นได้อพยพเข้ามาอยู่ที่นี่ และบังเอิญได้พบกับแหล่งดินเหนียว ด้วยความชำนาญในการทำเครื่องปั้นดินเผาที่ติดตัวมา พวกเขาจึงได้ลองนำดินบริเวณดังกล่าวมาปั้นเป็นข้าวของ เครื่องใช้ภายในครัวเรือน ก่อนแพร่ขยายสู่ชุมชนภายนอก และได้รับการยอมรับในฝีมือการปั้นอันประณีต จนกลายเป็นหมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา ที่ผลิตสินค้าโอทอประดับ 5 ดาวของจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งการันตีด้วยความสวยงาม คุณภาพ และราคาย่อมเยา อีกทั้งยังเป็นสินค้าส่งออกสู่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยที่นี่ได้กลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสุข ให้คุณได้สนุกกับกิจกรรมมากมาย 

        สถานที่ติดต่อ ตำบลบ้านแก่ง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์  โทร : +66 5622 1811-12 เปิดทุกวัน เวลา  08.00 - 16.00 น.

www.aboutinformant.com     kadsarapron  pnussuwankiri      095-5516345     e-mail : aboutinformant.com 

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นายวิสูตร บัวชุม                  ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ 

นางสาวสิริพร ไกรสุวรรณ  รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์  

การท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์-พิจิตร    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ 

นายศรชัย  อธิปฏิเวชช      นายกเทศมนตรีเมืองชุมแสง 

จับรถไฟไปชุมแสง ตามรอย "กรงกรรม"