วันเดียวเที่ยวเทศกาลโคมแสนดวงที่จังหวัดลำพูน

ในช่วงเช้าเดินทางเที่ยวเยี่ยมชมชุมชน แลุะวิถีชีวิตชาวยองทอผ้า เที่ยวสะพานที่รอดจากสงคราม และยังสามาถเที่ยววัดอีกด้วยก่อนที่จะแขวนโคม เที่ยวงานเทศกาลโคมแสนดวงในยามค่ำคืน ชมนางรำ

                    เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าบ้านหนองเงือก ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน การทอผ้าแบบดั้งเดิมตามวิถีของชาวยอง ชาวหนองเงือกมีบรรพบุรุษเป็นชาวยอง จากแคว้นสิบสองปันนา อพยพมาตั้งถิ่นฐานในที่ราบลุ่มแม่น้ำทา อำเภอป่าซาง สมัยพระเจ้ากาวิละ ชาวยองที่อพยพ เข้ามาอาศัยบริเวณรอบๆบ้านหนองเงือกในปัจจุบัน โดยมีหนองน้ำอยู่ทางด้านตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งมีตาน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำเหมืองกลางมีเรื่องเล่าขานกันต่อมาว่ามีพญานาค (ภาษาถิ่นเรียกว่า เงือก) ขนาดโตเท่าต้นตาลปรากฏกายขึ้นมาที่หนองน้ำนี้ คนในหมู่บ้านจึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “หมู่บ้านหนองเงือก”                   ต่อมาได้มีนิคมอุตสาหกรรมลำพูนเกิดขึ้นจึงทำให้ชาวหนองเงือกบางส่วนหันไปทำงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม และมีเพียงบางส่วนที่ยังคงสืบสานงานฝ้ายทอมือ ทำให้งานหัตถกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมเริ่มสูญหายไป สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.)ได้เข้ามาเห็นฝีมือฝ้ายทอมือบ้านหนองเงือก จึงสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฝ้ายทอมือหนองเงือก เพื่อที่จะรวบรวมชาวหนองเงือกที่มีฝีมือในการทอผ้ากลับสู่หมู่บ้านจะได้คงสืบทอดต่อไปยังรุ่นลูกรุ่น                   เดินทางไปยังบ้านดอนหลวง ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายแบบต่างๆ จากแหล่งผลิตฝ้ายทอมือใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ  บ้านดอนหลวงเป็นแหล่งผลิตงานหัตถกรรมผ้าฝ้ายทอมือรายใหญ่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ วิถีชีวิตของคนยองในสมัยก่อนจะทำไร่ทำนา เลี้ยงวัวควาย เมื่อว่างจากงานหลักหญิงสาวมักจะทอผ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน โดยคนเมืองยองเรียกการทอผ้าว่า “ตำหูก” ในสมัยก่อนเด็กผู้หญิงในหมู่บ้านจะทอผ้าด้วยมือกันเป็นแทบทุกคน เป็นลวดลายพื้น ๆ เรียกว่าลาย 2 ตะกอ การทอผ้ามือจึงถือได้ว่าเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา

                  เยี่ยมชมสะพานขาวทาชมภู เป็นสะพานคอนกรีตโค้งเสริมเหล็กทาสีขาวแหล่งเดียวบนทางรถไฟสายเหนือ ท่ามกลางทัศนียภาพหุบเขาดอยขุนตาลเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดลำพูน สะพานขาวทาชมภู สะพานข้ามทางรถไฟ สมัยสงครามโลก สร้างขึ้นหลังจากก่อสร้างอุโมงค์รถไฟขุนตาลเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2462 โดยมีนายพลเอก กรมขุนกำแพงเพชร อัครโยธิน เป็นวิศวกรควบคุมงาน ไปสะพานทางรถไฟสีขาวโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางทุ่ง ตัดจากอุโมงขุนตาลแตกต่างจากสะพานรถไฟอื่น คือ เป็น โครงคอนกรีตเสริมเหล็กยาว 80 7.3 เมตร ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกนะคะทาย เนื่องจากปกติสะพานรถไฟจะสร้างด้วยเหล็ก เพราะสามารถทนต่อแรงสะเทือนและอ่อนตัวได้ดีกว่า แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่สร้างสะพานเป็นภาวะสงครามไม่สามารถหาเหล็กมาสร้างสะพานได้ แต่ด้วยการคำนวณและควบคุมงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้สะพานทาชมภูยังคงใช้งานได้อยู่จนถึงปัจจุบันนี้

หลายๆคนอาจไม่ทราบว่า เส้นทางของขบวนรถไฟสายเหนือที่มุ่งตรงสู่จังหวัดเชียงใหม่นั้นจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแอบซ่อนอยู่ ในกลางหุบเขาจังหวัดลำพูน ถึง 2 แห่ง นั่นคืออุโมงค์ขุนตาล อุโมงค์ทางรถไฟลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และสะพานทาชมภูหรือสะพานขาวชาวลำพูน

                  ทั้งนี้เมื่อคืนโดนรถไฟแล่นออกจากลำปางไม่นานนัก รถไฟก็จะลอดผ่านอุโมงค์ขุนตาล ซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดของเส้นทางรถไฟในประเทศไทย และเมื่อออกจากถ้ำขุนตาล ทางรถไฟจะคดเคี้ยวโค้งซ้ายกับโค้งขวา ลงจากเนินสูง รางเหล็กทอดผ่านท้องทุ่งนา มีขุนเขาทะมึนสีน้ำเงินเข้มเป็นฉากหลังบริเวณนี้ ก่อนที่ขบวนรถจะผ่านสะพานคอนกรีตรูปโค้งสีขาว ซึ่งหลายคนที่เห็นจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นภาพที่สวยงามมากโดยภาพที่นักท่องเที่ยวนั่งรถไฟผ่านจะเห็นสะพานทาชมภู สะพานสีขาวที่ตั้งแต่งงาน Ozone ประชันความงามแข่งกับสีสันของธรรมชาติสองข้างทาง ว่าแต่อุโมงค์ขุนตาลและสะพานทาชมภู สะพานขาวของชาวลำพูน สถานที่สวยงามทั้งสองแห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร วันนี้เราจะพาย้อนอดีตกัน

                  สะพานทาชมภูหรือสะพานขาว ตามที่ชาวเมืองลำพูนเรียกขานกันขึ้นสะพานทาชมภูนี้เปรียบเสมือนเป็นน้องของอุโมงค์ขุนตาล เนื่องจากเกิดหลังจากที่สร้างอุโมงค์ขุนตาลเสร็จได้ไม่นานด้วยในปี พ.ศ. 2462 พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงรับสั่งให้ก่อสร้างสะพานบ้านทาชมภูต่อจากอุโมงค์รถไฟขุนตาล เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อให้รถไฟสามารถข้ามผ่านลำน้ำแม่ทา เมื่อสะพานทาชมภูตัดกับท้องทุ่งและขุนเขาสีเขียวของต้นไม้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวมองเห็นเป็นสะพานคอนกรีตรูปโค้งครึ่งวงกลมคู่ทาสีขาวสวยงาม

                  อย่างไรก็ตาม ในระหว่างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีเรื่องเล่ากันว่า ทหารฝ่ายทำพันธมิตรต้องการจะทิ้งระเบิดทำลายเส้นทางเดินรถไฟของทหารญี่ปุ่นหนึ่งในเป้าหมายนั้นมีสะพานขาวบ้านทาชมภูรวมอยู่ด้วย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันทาสะพานให้เป็นสีดำเพื่ออำพรางตาจากทหารพันธมิตร ไฟเลี้ยวทำไมสะพานนี้รอดจากการโจมตีทางอากาศมาจนถึงทุกวันนี้

                 ปัจจุบันนอกจากสะพานทาชมภูจะเป็นทางรถไฟที่ทอดข้ามแม่น้ำแล้ว ยังใช้เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลกับเขตป่าสงวนแห่งชาติอีกด้วย

                 อีกทั้งสะพานแห่งนี้ยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญจุดหนึ่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงทำให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ จึงไม่ควรพลาดที่จะหาโอกาสแวะมาชมความงามของสะพานทาชมภู

                เดินทางไปยังตลาดบ้านทาดอยแก้ว ชมและเลือกซื้อของป่าตามฤดูกาล ตลาดบ้านทาดอยแก้ว เป็นตลาดที่ชาวบ้านได้นำสินค้าเกษตรที่เป็นของป่าจากป่าชุมชน เช่น เห็ดป่า หน่อไม้ ยังมีหนอนไหม และอื่นๆ อีกมากมายมาวางขายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งตั้งอยู่ถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา ทางลงมาจากดอยขุนตาน เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 20 .00 น ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจอดแวะซื้อ ของที่วางขายจะเป็นสินค้าเกษตรและของป่าจากชุมชน ในทุกๆ วันและในช่วงวันหยุดเทศกาลวันหยุด จะเต็มไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจอดแวะชื้อของกินของฝากช่วยสร้างชุมชนให้มีความ ยั่งยืนและเข็มแข็ง

                    เดินทางไปยังวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ชมขบวนแห่โคมและการแสดงฟ้อนโคมล้านนาด้วยช่างฟ้อน 400 คน ชมพิธีเปิดงานเทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน และร่วมกิจกรรมแขวนโคมเพื่อบูชาองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย

                         ประเพณีแขวนโคมที่จังหวัดลำพูนนั้นไม่แน่ชัดว่าเริ่มขึ้นเมื่อใด แต่ถ้าจะกล่าวถึงโคมแล้วนั้นมีใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อใช้ประดับตกแต่งและให้แสงสว่างตามบ้านเรือน ทางเดิน ซึ่งในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีไฟฟ้า ในทางความเชื่อเกี่ยวกับการถวายโคมจะทำเมื่อหลังออกพรรษาใกล้กับเทศกาล #ยี่เป็ง หรืองานลอยกระทงของทางภาคเหนือนั่นเองสำหรับประเพณีการแขวนโคมของภาคเหนือก็เพื่อบูชาไฟ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เราเคารพนับถือเสมือนให้ไฟช่วยนำทางสว่างและให้โคมช่วยป้องกันมิให้ไฟในโคมนั้นดับเปรียบดั่งมีสิ่งคุ้มครองผู้แขวนบูชานั่นเอง ท่านที่สนใจหรือแวะผ่านมาเที่ยวเมืองลำพูนก็สามารถแวะมาแขวนโคมได้ที่ลานอนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวี วัดพระธาตุหริภุญชัยมหาวรวิหารและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูนขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคลต่อชีวิตและครอบครัว

                  วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เดิมทีเป็นพระราชวังของพระเจ้าอทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย องค์ที่ ๓๓ ต่อจาก พระนางจามเทวี ปฐมบรมกษัตริย์ของเมืองหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูนมีถนนล้อมรอบสี่ด้าน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตูซึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระ เจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466

                 ในจังหวัดลำพูนยังมีวัดที่น่าสนใจอีกวัด นั่นก็คือวัดหนองดู่ ซึ่งตั้งอยู่บ้านหนองดู่ หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เราก็ได้กราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดหนองดู่ (พระครูโสภณเจติยาภิบาล (บุญล้วน-ธงศรี) โทร 088 2515 490 ท่านเล่าให้เราฟังว่า วัดหนองดู่เป็นวัดชาวมอญหรือชาวรามัญ เป็นวัดที่มีอายุพอสมควรเป็นหลักฐาน มีการจารึกไว้เป็น 471 ปี (28.10.62) เชื่อว่าเจ้าแม่จามเทวีเกิดบริเวณนี้ เพราะปั้นอนุสาวรีย์ไว้ด้วย เป็นพี่ใหญ่ของเชียงใหม่ เชียงใหม่สี่ร้อยกว่าปี ลำพูนหนึ่งพันสามร้อยกว่าปี  ฉะนั้นห่างจากหริภูญชัยของเจ้าแม่จามเทวีเกิดก่อน ชาวบ้านชาวมอญแถวนี้เชื่อว่าเจ้าแม่จามเทวีเกิดก่อน

                เจ้าแม่จามเทวีเป็นลูกเศรษฐี ยังไม่ใช่กษัตรย์ เกิดโรคระบาดตายกัน พ่อแม่และญาติ ตายกันหมด ได้พระฤาษีเลื้ยงดูเมื่อโตเป็นสาวก็ไม่สามารถจะอยู่กับพระฤาษีได้ ก็จับล่องแพอธิฐานลงใต้ไปติดที่จังหวัดลพบุรี ได้กษัตรย์อุปถัมภ์เป็นลูกบุญธรรมเลี้ยงดู เติบโตที่ลพบุรี หลังแต่งานมีโอรส 2 คน พระฤาษีสร้างเมืองลำพูน หาใครมาเป็นกษัตรย์นึกขึ้นได้ว่าเจ้าแม่จามเทวี ก็เลยเชิญกลับมาเมืองเหนือให้มาปกครองเมืองลำพูนที่พระฤาษีเป็นผู้สร้างให้ และมาเป็นคู่แข่งของเมืองเชียงใหม่ ชาวลัวะวิลังคะเป็นหัวหน้า ชาวลัวะปกครองเชียงใหม่มีเวทย์มนต์และอำนาจมีฤทธิ์มีเดช เป็นเจ้าแม่งดงามมากอยากได้มาเป็นภรรยา จึงได้มาสู่ขอแต่เจ้าแม่จามเทวีไม่เล่นด้วย จึงได้พุ่งหอกมาขู่พระนาง จากดอยสุเทพมาจังหวัดลำพูนยังหนองที่ตกลงมา พระนางจามเทวีก็คิดกลอุบายนำหมวกสวยๆอัญเชิญไม่ถวายกับขุนลัวะ เมื่อได้รับแล้วขุนลัวะก็ดีใจที่พระนางจามเทวีให้มา เมื่อได้รับแล้วขุนลัวะก็สวมหมวกทันทีทำให้คาถาเสื่อมทันที แล้วก็ยกทัพตีขุนลัวะจนแตกพ่ายไปทำให้พระนางจามเทวีมีชื่อเสียงโด่งดัง ฟังท่านเล่าเรืองราวจบเราเดินชมรอบๆวัด ภายในวัดยังมีต้นโพธิ์ซึ่งนำมาจากพม่าปลูกอยู่บริเวณวัดอีกด้วย